Apple cider vinegar แอปเปิ้ลไซเดอร์

Apple cider vinegar แอปเปิ้ลไซเดอร์ สรรพคุณในการช่วยเผาผลาญ วิธีใช้และข้อควรระวัง

Apple Cider Vinegar แอปเปิ้ลไซเดอร์ วีเนก้า (หรือ ACV) ที่ใครๆพูดถึงกัน คือ น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล) ด้วยการนำมาบดและหมักในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบาง ๆ ลอยอยู่ที่เรียกว่า แม่ (Mother)

Apple cider vinegar แอปเปิ้ลไซเดอร์ มีประโยชน์มากมาย และช่วยเรื่องการเผาผลาญลดระดับน้ำตาลในเลือด

วิธีการหมักแบบช้า ๆ เป็นวิธีการดั้งเดิมที่ใช้ในการผลิตไวน์วินิการ์ (ไวน์น้ำส้มสายชู) โดยใช้อะซิติก แอซิดแบคทีเรียเป็นสารตั้งต้น ให้เจริญเติบโตบนผิวของของเหลวน้ำผลไม้นั้น ปล่อยขบวนการหมักดำเนินไปอย่างช้า ๆ เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

การหมักที่นานเกินกว่านั้นจะทำให้เกิดเมือกที่ไม่เป็นพิษ เป็นส่วนประกอบของยีสต์และอะซิติก แอซิคแบคทีเรียที่เป็นตัวเริ่มต้นในการผลิตน้ำส้มสายชู หรือที่เรียกว่า แม่ของน้ำส้มสายชู (mother of vinegar) พบในน้ำส้มสายชูที่ไม่ผ่านขบวนการผลิต ไม่ผ่านการกรอง เป็นตัวสำคัญที่ทำให้น้ำส้มสายชูชนิดนี้มีคุณภาพสูง

ตัวแอปเปิ้ลไซเดอร์ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูงมีคุณสมบัติ ช่วยในการแบ่งเซลล์ ถ้าร่างกายขาดธาตุนี้ ร่างกายจะมีอาการผิดปกติคือ เติบโตช้า แก่เกินวัย ผมร่วง และหงอกเร็ว ฯลฯ งานวิจัยบางชิ้นได้เปิดเผยว่าน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์สามารถลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้ หรือแม้แต่เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก

การดื่ม ACV จะได้รับสารสำคัญ คือ เพคติน (Pectin) ซึ่งเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ (Soluble Fiber) สามารถดูดซับน้ำตาล และ ไขมันไม่ให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ยังพบว่า การใช้ แอปเปิ้ลไซเดอร์ วีเนก้า หากร่วมกับวิตามิน แร่ธาตุ และ superfoods ตัวอื่นๆ จะส่งผลให้การเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Apple Cider Vinegar ยังประกอบด้วยธาตุอาหารกว่า 30 ชนิด มีวิตามินมากกว่า 6 ชนิด มีกรดอะมิโน และสารเพ็คติน ล้วนแต่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเป็นยาอีกด้วย คือเป็นพวก ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อ ช่วยช่วยทำลายแบคทีเรีย และมีเอนไซม์หลายชนิดรวมอยู่ด้วย

Apple cider vinegar แอปเปิ้ลไซเดอร์ สารพัดประโยชน์

แม้ไม่มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณของมันโดยตรง แต่ยังมีหลายการวิจัยในต่างประเทศที่พบว่า น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลนี้มีสรรพคุณในการรักษาโรค

1. ช่วยลดไขมันสะสมที่พุง

มีผลการทดลองออกมาแล้วว่าคนที่น้ำหนักเกินดื่มน้ำเปล่าผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ปริมาณที่แนะนำคือ วันละ 1 ช้อนชาติดต่อกัน 12 สัปดาห์ช่วยลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน ลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้

2. ช่วยย่อยอาหาร

คือช่วยระบบย่อยอาหาร แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้ลำไส้บีบตัวได้ดีขึ้น ป้องกันอาการอาหารไม่ย่อย โดยทานก่อนรับประทานอาหารมื้อหนักๆ เช่น อาหารที่มีเนื้อสัตว์ย่อยยาก โดยใช้น้ำผลไม้ เช่น น้ำมะนาวประมาณ 6 ออนซ์ผสมกับน้ำเปล่า 1 แก้ว แล้วเติม ACV 1 ช้อนชาดื่ม

3. ช่วยระบบหายใจ

ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อจากธรรมชาติ แก้ไซนัส แก้เจ็บคอ แก้หวัด แก้การเกิดเสมหะ ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากก็ได้ ทันตแพทย์แนะนำว่าควรผสมน้ำ 2 ส่วนกับน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ส่วน จากนั้นก็กลั้วคอสัก 1 นาทีแก้อาการเจ็บคอ วิธีนี้จะช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อหวัดในลำคอ หรืออีกวิธี ผสมน้ำอุ่นกับน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์แล้วตามด้วยพริกคาเยนกับน้ำผึ้ง จากนั้นก็ดื่ม

4. ช่วยลดน้ำหนักได้ดี

มีการใช้น้ำส้มสายชูในการลดน้ำหนักมาเป็นพันปี โดยช่วยให้อิ่มเร็ว ขึ้น ผลการวิจัยในปี 2005 พบว่า ผู้ที่รับประทานขนมปังกับน้ำส้มสายชูเล็กน้อยจะรู้สึกอิ่มเร็วกว่าคนที่รับประทานแต่ขนมปังอย่างเดียว

5. บรรเทาเบาหวาน

พบว่าน้ำส้มสายชูอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ตัวอย่างเช่น งานวิจัย ที่ศึกษาผู้ป่วยเบาหวานประเภท 2 พบว่า การรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์วินิก้า วันละ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำสะอาดก่อนนอนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดก่อนเวลาอาหารเช้าได้ 4-6%

กรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลง ด้วยการช่วยให้การย่อยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเป็นไปอย่างสมบูรณ์โ­­ดยช้า ๆ ใช้กรดน้ำย่อยในกระเพาะจนหมด และเพิ่มการเก็บกลูโคสเข้าไปในเนื้อเยื่อของเซลล์ได้มากขึ้น

อีกทฤษฏีหนึ่งที่ใช้อธิบายก็คือ น้ำส้มสายชูอาจชัดขวางเอนไซม์การย่อยบางตัวให้ย่อยสลายคาร์โบไฮ­­เดรตไปเป็นน้ำตาลให้ดำเนินไปได้ช้าลง จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนกลายเป็นน้ำตาลเข้า­­สู่กระแสเลือดได้ช้าลงในมื้ออาหารนั้น ส่งผลให้ร่างกายมีเวลาในการดึงน้ำตาลออกจากกระแสเลือดได้นานขึ้­­น ป้องกันระดับน้ำตาลไม่ให้พุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว

6. ลดคอเลสเตอรอล

การวิจัยในปี 2006 พบว่า น้ำส้มสายชูช่วยลดคอเลสเตอรอลใน เลือดของหนูได้ แต่ในคนยังไม่พบว่าจะให้ผลเช่นที่พบในหนู

7. บรรเทาความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

งานวิจัยทางระบาดวิทยาพบว่า น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลช่วยลด ความดันโลหิตของหนู และผู้ที่รับประทานน้ำสลัดที่มีน้ำมัน และน้ำส้มสายชูผสมกัน สัปดาห์ละ 5-6 ครั้ง มีอัตราการเกิดโรคหัวใจต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน

8. อาจช่วยต้านมะเร็ง

มีงานวิจัยพบว่าน้ำส้มสายชู อาจช่วยฆ่าหรือชะลอการเจริญของเซลล์มะเร็ง แต่การวิจัยทางระบาดวิทยาในคนยังให้ข้อมูลที่สับสนคือ มีผลการวิจัยว่า การรับประทานน้ำส้มสายชูลดความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร แต่อีกผลการวิจัยกลับพบว่า เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ

9. ช่วยดีท็อกซ์ และช่วยการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น

(อ่านเรื่องระบบเผาผลาญที่นี่) ช่วยทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นกระบวนการล้างพิษตามธรรมชาติของร่างกายให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยเฉพาะการขับสารพิษของตับ เนื่องจากมีกรดมาลิกและกรดทาร์ทาริกซึ่งช่วยให้กระบวนการย่อยโปรตีนและไขมันทำงานได้ดีและยังช่วยให้นิ่วในถุงน้ำดีอ่อนตัวลงอีกด้วย

10. ใช้บำรุงผิวพรรณ

เราสามารถใช้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์เป็นยาสมานแผลได้ และแก้ผื่นคันจากการแพ้ได้ (เพียงเจือจางและทาลงบนใบหน้า) หรือใช้เป็นยารักษาจุดด่างดำ รักษาแผลจากสิว หากผสมกับผงดีเกลือบริสุทธิ์จะช่วยถอนพิษและความมัวหมองออกจากผิวหนังได้ด้วยการช่วยผลัดเซลล์ผิว

ไม่ว่าจะแมลงสัตว์กัดต่อย, พืชมีพิษ หรือแม้แต่สัมผัสโดนแมงกะพรุน น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์สามารถลดอาการข้างเคียงเหล่านี้ได้ เพียงทาลงบนบริเวณที่มีอาการคัน ทิ้งไว้สักพัก อาการก็จะค่อยๆดีขึ้น

11. ช่วยดูแลหนังศรีษะ แก้โรคคัน กำจัดรังแค แก้ผมแตกปลาย

ช่วยฆ่าเชื้อราที่ผิวหนัง โดยผสม ACV กับน้ำให้เจือจางทาบริเวณที่เป็นเชื้อรา หรือใช้ทำความสะอาดหนังศีรษะโดยผสม ACV ครึ่งช้อนชากับน้ำเปล่า 1 ถ้วย ล้างศีรษะหลังจากสระผมด้วยแชมพู สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยลดอาการคันศีรษะ ขจัดรังแคและช่วยให้ผมนุ่มสลวยเป็นเงางามได้

ช่วยกำจัดเรื่องรังแค เพียงชะโลมเส้นผมของคุณด้วยน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มันจะเปลี่ยนค่า pH บนหนังศีรษะ (ซึ่งหยุดการเจริญเติบโตของยีสต์ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดรังแค) นอกจากนี้จะช่วยขจัดอาการคัน, เหนียวเหนอะหนะ และอาการระคายเคือง โดยการรินน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะลงในแก้วแล้วนำไปชะโลมเส้นผมระหว่างอาบน้ำ

หรือหากต้องการขจัดรังแคเพียงผสมน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1/4 ถ้วยกับน้ำ 1/4 ถ้วย และนำไปใส่ในขวดเสปรย์ จากนั้นพ่นลงบนหนังศีรษะปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนล้างออก

12. ช่วยลดอาการปวดท้อง และปวดกล้ามเนื้อ

เมื่อคุณรู้สึกไม่สบายท้อง (ท้องผูก, อาหารเป็นพิษ หรือท้องอืด เป็นต้น) การดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ผสมกับน้ำอาจช่วยให้อาการดีขึ้น ต้องขอบคุณสรรพคุณต่อต้านแบคทีเรียและไวรัสที่พบได้ในน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์

ทุกครั้งที่ออกกำลังกาย ทุกคนต้องการผ่อนคลายอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง บางคนแนะนำว่ากรดอะซิติกในน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์สามารถบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้

สูตรดีท็อกซ์ (Detox)

Apple cider vinegar เจือจาง สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ทางอ้อมได้ โดยเป็นตัวช่วยการเผาผลาญ และขับของเสียออกจากร่างกาย ช่วยปรับปรุงระบบการไหลเวียนของน้ำเหลือง (ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ) แต่การทาน Apple cider vinegar เพียงอย่างเดียวเพื่อหวังจะให้น้ำหนักลดนั้น ไม่สามารถทำได้ ควรทานร่วมกับการควบคุมอาหาร ให้ทานอย่างพอเหมาะ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

สูตรดีท็อกซ์ด้วย Apple cider vinegar
สูตรดีท็อกซ์ด้วยส่วนผสมธรรมชาติ แอปเปิ้ลไซเดอร์ 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำเปล่า 1 แก้ว น้ำผึ้งหรือเมเปิ้ลไซรัป 1-2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวครึ่งลูกเล็ก น้ำขิง 1/4 แก้ว และซินนาม่อนครึ่งช้อนชา คนให้เข้ากันแล้วดื่ม

ผสมกับอาหารทานง่าย อร่อยได้อีก

เราส่วนใหญ่อาจเคยเห็นน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ในรูปแบบของเครื่องปรุงมาแล้ว บอกเลยว่ามันคือส่วนผสมที่เพิ่มรสชาติให้กับน้ำสลัด, ซอส และซอสหมักได้อย่างดีเยี่ยม จะรับประทานคู่กับแอปริคอตก็อร่อย หรือเพิ่มรสชาติให้กับขนมทานเล่นก็ได้! สามารถจับคู่ส่วนประกอบที่อร่อยเข้าด้วยกันได้ เช่น น้ำองุ่น, น้ำผึ้ง ยังสามารถเพิ่มรสชาติให้กับซุปต่างๆได้ ลองเติมลงไปในซุปผัก

กินเพื่อลดความอยากอาหาร

แอปเปิ้ลไซเดอร์(Apple cider vinegar) สามารถช่วยควบคุมความอยากอาหารได้  ไม่ให้กินมากจนเกิดพิกัด จึงช่วยลดน้ำหนักทางอ้อมได้

นายแพทย์ แอนดรูว์ ไวล์ (Andrew Weil) แนะนำให้กินน้ำส้มแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1-2 แก้วก่อนมื้ออาหาร เพื่อลดความอยากอาหาร ช่วยให้กินอาหารปริมาณลดลง น้ำหนักตัวจึงลดลงตาม นอกจากนี้ อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต ยังแนะนำให้กินน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลช่วยแก้อาการอารมณ์แปรปรวนจากอาการอยากของหวานอีกด้วย โดยผสมน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น ดื่มวันละ 2-3 แก้ว

วิธีเลือกซื้อและเก็บรักษา

เลือกซื้อน้ำส้มแอปเปิ้ลไซเดอร์ที่บรรจุอยู่ในขวดแก้ว แบบ raw and unfiltered หรือแบบไม่ผ่านความร้อน ไม่กรองและมีเส้นใยขุ่นๆหรือ แม่ อยู่ด้วยจะมีฤทธิ์มากที่สุด หลังจากเปิดขวดควรปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ในที่มืด และแห้ง เช่น ตู้เก็บเครื่องปรุงภายในครัว เพื่อป้องกันการระเหย และยืดอายุการเก็บรักษา

ยี่ห้อที่มีขายในไทยแบบ Raw, unfiltered และมีเส้นใย Mother และที่สำคัญออร์แกนิคด้วย มี Bragg และ Healthy Mate

Bragg แอปเปิ้ลไซเดอร์ยี่ห้อสุดฮิตที่ใช้ทั่วโลก Healthy Mate ACV

วิธีกินแอปเปิ้ลไซเดอร์

ให้เขย่าขวดก่อนเพื่อให้เส้นใยฟุ้งขึ้นมา หลังจากนั้นให้เทน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำผึ้งอีก 2 ช้อนโต๊ะ(หรือไม่ต้องใส่น้ำผึ้งถ้าเลี่ยงน้ำตาล) กับน้ำอุ่นเต็มแก้วเพื่อเจือจางความเป็นกรด แล้วคนให้เข้ากัน ดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้า หรือก่อนอาหารเช้า กลางวัน และเย็นประมาณ 30 นาที สำหรับมือใหม่ที่ทดลองดื่มในช่วงแรกอาจจะรู้สึกว่ามันดื่มยาก

อย่างไรก็ตามมีคำเตือนว่าการดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน อาทิ อาการระคายคอ หรือปฏิสัมพันธ์ระหว่างยาและอาหารเสริม และการดื่มต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ในปริมาณมากก็ก่อโทษให้ร่างกายได้ เคยมีกรณีที่หลอดอาหารทะลุเนื่องจากการรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์มาแล้ว เพราะมีกรดอะซิติกที่ค่อนข้างสูงและรุนแรง

ข้อควรระวัง และโทษของแอปเปิ้ลไซเดอร์

  1. การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมคือวันละ 2 ช้อนชาหรือน้อยกว่า ด้วยการผสมกับน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้
  2. เนื่องจากน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มีฤทธิ์เป็นกรด การรับประทานไม่ถูกขนาดหรือมากเกินไปอาจจะก่อให้เกิดอาหารปวดแสบปวดร้อนในกระเพาะได้ สำหรับผู้ที่เริ่มรับประทานใหม่ ๆ ควรรับประทานแต่น้อย ประมาณ 1 ช้อนชาผสมกับน้ำประมาณ 8 ออนซ์ เพื่อดูว่าร่างกายจะตอบสนองต่อแอปเปิ้ลไซเดอร์อย่างไร
  3. ไม่ควรดื่มโดยไม่ผสมอะไรเลยเพราะอาจจะทำลายเนื้อเยื่อปากและลำคอได้
  4. การรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ควรระวังเรื่องเคลือบฟันจะกร่อน ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ควรบ้วนปากด้วยทุกครั้ง
  5. การรับประทานในปริมาณเล็กน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ การรับประทานไม่บ่อยมากอาจจะไม่มีผลเสียอะไรต่อร่างกาย แนะนำว่าไม่ควรรับประทานในปริมาณมากและติดต่อกันนานจนเกินไป ควรหยุดพักบ้าง
  6. ผู้ที่มีโพแทสเซียมในเลือดต่ำ เป็นโรคกระดูกพรุน หรือโรคเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อน การรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน  2-3 ปี จะทำให้เกิดโรคกระดูกบางขึ้นได้ในเวลาไม่กี่ปี จากการที่โปตัสเซียมซึ่งเป็นแร่ธาตสำคัญในการสร้างกระดูกลดน้อยลง
  7. ปัจจุบันยังไม่มีผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์จะได้ผลดีจริงตามที่ผู้ผลิตกล่าวอ้าง ว่ากันว่าส่วนประกอบของแอปเปิ้ลไม่ได้มีวิตามินอะไรมากมาย มีแค่เพียงธาตุเหล็ก โพแทสเซียม โซเดียม และแคลเซียมในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  8. สำหรับผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์ ไม่ควรดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ก่อนและหลังกินยารักษาไทรอยด์
  9. น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์อาจมีปฏิกิริยากับยาขับปัสสาวะ ยาระบาย ยารักษาโรคหัวใจ ยารักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากมีโครเมียมที่อาจเปลี่ยนแปลงระดับอินซูลินได้

ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง

แม่ที่กำลังตั้งครรภ์และให้นม

ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรบริโภคน้ำผสมน้ำส้มสายชูนี้ เพราะมันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ใดๆที่บอกถึงผลดีของมันที่มีต่อร่างกายในช่วงตั้งครรภ์ และหากเป็นมารดาที่กำลังให้นมบุตร มันก็อาจจะส่งผลลบต่อพัฒนาการของทารกแรกเกิดโดยเฉพาะพัฒนาการในการสร้างเนื้อเยื่อและความแข็งแรงของกระดูก

ผู้หญิงช่วงหลังวัยทอง

หลังวัยทองหรือช่วงหมดรอบเดือนใหม่ๆ จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงมีสภาวะเปลี่ยนแปลงเรื่องความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งหากบริโภคน้ำส้มนิดนี้ในปริมาณสูงๆ ก็จะทำให้เกิดสภาวะกระดูกบางขึ้นได้ในสตรีหลังวัยทอง

ผู้เป็นโรคเบาหวาน

ผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวาน จะต้องระวังอย่างมากในการบริโภคน้ำส้มสายชูชนิดนี้ เพราะน้ำส้มนี้จะไปลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งหากคุณบริโภคยาที่ลดระดับน้ำตาลดังกล่าวนี้อยู่แล้ว ก็เท่ากับไปทำให้ระดับน้ำตาลลดต่ำลงจนมากเกินไป และอินซูลินและน้ำส้มสายชู ก็จะไปลดระดับโปตัสเซียมในร่างกายลงด้วยจนเป็นอันตรายได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก Lovefitt MedThai TheEditorSociety