Thailand Longevity Industry report Jul 2026 Healthplatz

Longevity Economy ไทย 2569: ตัวเลข 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ยุทธศาสตร์ และเสียงจากผู้นำอุตสาหกรรม

Longevity Industry Insights · โดยเฮลธ์แพลตซ์

Longevity Economy ไทย 2569: ตัวเลข 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ยุทธศาสตร์ และเสียงจากผู้นำอุตสาหกรรม

รวบรวมข้อมูล ยุทธศาสตร์ภาครัฐ เสียงจากผู้นำอุตสาหกรรม และมุมมองจากสื่อชั้นนำ เพื่อฉายภาพว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาวะและความยืนยาวของเอเชียอย่างไร
4.3 หมื่นล.$มูลค่าเศรษฐกิจสุขภาวะไทย (2567)
อันดับ 7อัตราเติบโตเร็วที่สุดของโลก
1.4 หมื่นล.$มูลค่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ
อันดับ 8ระบบสาธารณสุขโลก (Numbeo 2026)

ภาพรวมเศรษฐกิจสุขภาวะ: ไทยอยู่ตรงไหนในกระแสโลก

เศรษฐกิจสุขภาวะโลกเติบโตขึ้น 35% นับตั้งแต่ปี 2562 จนแตะระดับ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าอุตสาหกรรมยาโลก (1.8 ล้านล้านดอลลาร์) เกือบ 4 เท่า และสถาบัน Global Wellness Institute (GWI) คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องปีละ 7.6% จนแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572

ภูมิภาคเอเชียเพียงภูมิภาคเดียวสร้างมูลค่าถึง 2.03 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 เติบโต 9.3% สูงที่สุดในโลก และเป็นครั้งแรกที่จำนวนทริปการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะในเอเชียแซงหน้ายุโรป

6.8 ล้านล.$เศรษฐกิจสุขภาวะโลก (2567)
+9.3%อัตราเติบโตเอเชีย เร็วสุดในโลก
563 ล้านทริปทริปสุขภาวะเอเชีย vs. 348 ล้านของยุโรป

สำหรับประเทศไทย เศรษฐกิจสุขภาวะแตะระดับ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567 ถือเป็นอันดับ 24 ของโลก แต่เป็นอันดับ 7 ของโลกด้านอัตราการเติบโต โดยภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะมีมูลค่า 1.405 หมื่นล้านดอลลาร์ และภาคการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมีมูลค่า 3.23 พันล้านดอลลาร์

หมายเหตุ: อัตราเติบโต 36.4% ที่มักถูกกล่าวถึงในสื่อ เป็นอัตราเติบโตเฉพาะภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะเท่านั้น ไม่ใช่อัตราเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาวะโดยรวมของไทย ซึ่งอยู่ที่ 10.1% ต่อปี

เสียงจากผู้กำหนดนโยบายและผู้นำอุตสาหกรรม

ในงานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมสำหรับงาน Global Wellness Summit 2026 ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายแพทย์ปฐม สุขเจริญ (Patana Promphat) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงทิศทางของประเทศไทยว่า:

“ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยยึดถือแนวทางองค์รวมด้านสุขภาพและความผาสุก ที่หลอมรวมร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ ชุมชน และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน เราต้องการแสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ของไทยในการเป็นศูนย์กลางสุขภาวะระดับโลก ที่ภูมิปัญญาดั้งเดิมได้รับการยกระดับด้วยวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และมาตรฐานสากล” — นายแพทย์ปฐม สุขเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, The Nation (24 กรกฎาคม 2569)

Cathy Feliciano-Chon ประธานร่วมงาน Global Wellness Summit และหุ้นส่วนผู้จัดการ FINN Partners ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อธิบายว่าเหตุใดจึงเลือกไทยเป็นเจ้าภาพในโอกาสครบรอบ 20 ปีของงาน:

เอเชียจะเป็นสนามทดลองของโลกที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ภูมิภาคนี้เผชิญทั้งอัตราการเกิดที่ลดฮวบและประชากรสูงวัยอย่างรวดเร็วไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นภาพตัวอย่างของความท้าทายที่ส่วนอื่นของโลกกำลังจะเผชิญตามมาในไม่ช้า ประเทศไทยอยู่ ณ จุดบรรจบของภูมิปัญญาดั้งเดิมและอนาคตทางการแพทย์ขั้นสูง — Cathy Feliciano-Chon ประธานร่วม Global Wellness Summit, The Nation (24 กรกฎาคม 2569)

Susie Ellis ประธานและซีอีโอของ Global Wellness Summit กล่าวเสริมว่า:

“อุตสาหกรรมของเรากำลังอยู่ในอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และความยืนยาว กำลังบรรจบกับการหวนคืนสู่ความต้องการอันเป็นนิรันดร์ทั้งการเชื่อมโยง ความคิดสร้างสรรค์ และความหมายของชีวิต” — Susie Ellis ประธานและซีอีโอ Global Wellness Summit, The Nation (24 กรกฎาคม 2569)

ในมุมมองของผู้ให้บริการภาคเอกชน Polakit Teekakirikul ซีอีโอของ VitalLife (เครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์) ให้สัมภาษณ์กับ TTG Asia ว่ากลุ่มลูกค้าหลักของศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน:

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดที่เราเห็นคือเรื่อง “การป้องกันสุขภาพเชิงรุก” นักเดินทางที่มีกำลังซื้อสูง อายุระหว่าง 40-60 ปี เลือกแผนดูแลสุขภาพระยะยาวและการตรวจคัดกรองสุขภาพอย่างละเอียด มากกว่าทรีตเมนต์เพื่อสุขภาวะแบบเดี่ยว ๆ สัดส่วนผู้รับบริการต่างชาติและชาวต่างชาติที่พำนักในไทยเพิ่มขึ้นเป็น 65% ของลูกค้าทั้งหมด — Polakit Teekakirikul ซีอีโอ VitalLife, TTG Asia (26 มิถุนายน 2569)

ยุทธศาสตร์ภาครัฐที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

  • นโยบาย Medical Hub ระยะ 10 ปี — ผสานเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงเข้ากับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ครอบคลุม 5 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์
  • Genomics Thailand ระยะที่ 2 (2568-2572) — ต่อยอดจากระยะแรก (2563-2567) ที่ใช้งบประมาณกว่า 4.47 พันล้านบาท ถอดรหัสพันธุกรรมได้แล้วกว่า 34,000 คน จากเป้าหมาย 50,000 คน วางรากฐานสู่เศรษฐกิจการแพทย์แม่นยำในอนาคต
  • Thang Rath และ Digital Health Wallet — กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพให้แพทย์เข้าถึงประวัติผู้ป่วยได้ต่อเนื่อง ลดการตรวจซ้ำซ้อน
  • ยุทธศาสตร์ส่งออกภูมิปัญญาไทย — กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกำหนด 7 กลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพสูงสำหรับปี 2571-2575 ได้แก่ อาหารฟังก์ชัน เทคโนโลยีชีวภาพสมุนไพร เครื่องสำอางเชิงบำบัด กัญชาทางการแพทย์ และสุขภาพดิจิทัล
  • สิทธิประโยชน์ BOI และวีซ่า LTR — ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8-13 ปีสำหรับธุรกิจกลุ่ม New S-Curve ด้านสุขภาวะ และวีซ่าผู้พำนักระยะยาว 10 ปีสำหรับกลุ่มเป้าหมายด้านสุขภาพและความยืนยาว
10 ปีกรอบเวลานโยบาย Medical Hub
34,000+จีโนมที่ถอดรหัสแล้ว จากเป้า 50,000
8-13 ปียกเว้นภาษีนิติบุคคล (BOI)

การส่งเสริมระดับประเทศและกิจกรรมนานาชาติ

  • Global Wellness Summit 2026 ที่ภูเก็ต (10-13 พ.ย. 2569) — ครบรอบ 20 ปีของงาน คาดว่าจะมีผู้แทนกว่า 600 คนจาก 30 กว่าประเทศ พร้อมการเปิดตัวรายงาน “2026 Global Wellness Economy Monitor” ของ GWI
  • Phuket Health Expo 2026 (1-5 ก.ค. 2569) — ธีม “Longevity: Wellness for a Long Life” คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท นำเสนอเทคโนโลยีตรวจสุขภาพด้วย AI และ VR
  • แคมเปญ “Healing Is the New Luxury” — เปิดตัวที่ World Travel Market 2025 มุ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง (GCC) เป้าหมาย 600,000 คนภายในสิ้นปี 2569
  • แผน 5 ปีของสมาคมสปาไทย — ตั้งเป้าดันไทยขึ้นเป็นหนึ่งใน 5 ตลาดสุขภาวะชั้นนำของเอเชีย
  • โครงการ “WellEra” — โครงการขนาดใหญ่ที่ผสานสถานพยาบาลระดับโลกกับที่พักอาศัยเชิงสุขภาวะ ริเริ่มโดยกลุ่มโรงแรมอนันตราและ BDMS Wellness Group
600+ผู้แทนจาก 30+ ประเทศ ที่ GWS 2026
600,000เป้านักท่องเที่ยว GCC ภายในปี 2569
50 ล้านบาทมูลค่าเศรษฐกิจจาก Phuket Health Expo

มุมมองจากสื่อและแวดวงวิชาการ

นอกเหนือจากความคืบหน้าเชิงบวก สื่อไทยและนักวิชาการยังได้ให้มุมมองเชิงวิเคราะห์ที่น่าสนใจ ซึ่งช่วยฉายภาพให้ครบทุกมิติ

The Nation รายงานเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ว่าแม้ไทยจะมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และพื้นฐานด้านจีโนมิกส์ แต่ยังไม่มี “ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจความยืนยาวแห่งชาติ” ที่บูรณาการอย่างเป็นทางการ เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ (โครงการ Healthier SG) หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Emirati Genome Programme) ที่มีนโยบายเฉพาะทางและงบประมาณสนับสนุนที่ชัดเจนกว่า โดยบทความระบุว่าโครงการด้านความยืนยาวของไทยในปัจจุบันยังกระจายอยู่ตามกระทรวงและภาคเอกชนต่าง ๆ

ในอีกมุมหนึ่ง Bangkok Post ได้นำเสนอมุมมองของ ผศ. ณัฐพัชร์ สาโรบล คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ตั้งข้อสังเกตถึงช่องว่างระหว่างประสบการณ์ของผู้สูงอายุกลุ่มปัจจุบันกับความเป็นจริงเชิงประชากรศาสตร์ที่คนรุ่นถัดไปจะเผชิญ ซึ่งเป็นประเด็นที่อุตสาหกรรมความยืนยาวของไทยกำลังให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การศึกษาร่วมระหว่างองค์การอนามัยโลก (WHO) และกระทรวงสาธารณสุขไทย ประเมินว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สร้างภาระทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทยราว 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 9.7% ของ GDP (ข้อมูลปี 2562) ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่อธิบายว่าเหตุใดการป้องกันโรคเชิงรุกจึงกลายเป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติ

ข้อสังเกตเหล่านี้ไม่ได้ลบล้างแรงส่งเชิงบวกของอุตสาหกรรมแต่อย่างใด เพียงแต่ชี้จุดที่ยังขาดอยู่ให้ชัดเจนขึ้น นั่นคือการประสานงาน ไม่ใช่ความทะเยอทะยาน และนี่คือประเด็นที่ผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมเองก็หยิบยกขึ้นมาพูดถึงเมื่อถูกถามเรื่องความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน

ข้อค้นพบที่น่าสนใจ

  • ระบบสาธารณสุขไทยติดอันดับ 8 ของโลก จาก Numbeo Health Care Index 2026 ด้วยคะแนน 77.5 คะแนน เป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ติด 10 อันดับแรกของโลก
  • นวดแผนไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของ UNESCO ตั้งแต่ปี 2562 นับเป็นสินทรัพย์ soft power เชิงมรดกวัฒนธรรมที่หาได้ยากในจุดหมายปลายทางสุขภาวะอื่น
  • อสังหาริมทรัพย์เชิงสุขภาวะเติบโตเร็วกว่าการท่องเที่ยว ที่ +22.9% ต่อปี สะท้อนการลงทุนเชิงโครงสร้างระยะยาว ไม่ใช่กระแสชั่วคราว
  • เอเชียแซงยุโรปด้านจำนวนทริปท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะเป็นครั้งแรก (563 ล้านทริป เทียบกับ 348 ล้านทริป) สะท้อนการเปลี่ยนขั้วศูนย์กลางอุตสาหกรรมนี้มาสู่เอเชีย

บทสรุปเชิงข้อเท็จจริงจากเฮลธ์แพลตซ์

แผน Medical Hub ระยะ 10 ปี งบประมาณ Genomics Thailand ระยะที่ 2 และการเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit ครบรอบ 20 ปี ไม่ได้มาบรรจบกันในปีเดียวกันโดยบังเอิญ เมื่อมองรวมกันแล้ว สิ่งเหล่านี้คือการลงทุนเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แคมเปญการตลาดระยะสั้น สิ่งที่ข้อมูลยังไม่ได้แสดงให้เห็นชัดคือการประสานงาน สื่อและนักวิชาการต่างวนกลับมาที่ประเด็นเดียวกันซ้ำ ๆ ว่าโครงการด้านความยืนยาวของไทยยังกระจายอยู่ตามกระทรวงและภาคเอกชนต่างคน ต่างทำ มากกว่าจะเป็นยุทธศาสตร์เดียวที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่รัฐเองก็เริ่มพูดถึงต่อสาธารณะแล้วเช่นกัน

ข้อเสนอแนะ

สำหรับภาคธุรกิจ (B2B)

1. ยกระดับจาก “ประสบการณ์” สู่ “หลักฐานทางวิทยาศาสตร์”

ผู้ประกอบการควรลงทุนในการวินิจฉัยเชิงข้อมูล เช่น การตรวจคัดกรองเชิงเมตาบอลิซึม จีโนมิกส์ และ AI วิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่เพียงประสบการณ์ผ่อนคลาย

2. วางแผนรองรับกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางและกลุ่มพำนักระยะยาว

เป้าหมาย 600,000 นักท่องเที่ยว GCC ของ ททท. และสัดส่วนลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในศูนย์สุขภาพชั้นนำ ชี้ให้เห็นโอกาสในการออกแบบบริการและบุคลากรให้รองรับกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

3. เตรียมพร้อมสำหรับการบูรณาการนโยบายในอนาคต

เนื่องจากภาครัฐกำลังผลักดันยุทธศาสตร์ที่เป็นเอกภาพมากขึ้น ธุรกิจที่เชื่อมต่อระบบข้อมูล (เช่น Thang Rath, Digital Health Wallet) ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้เปรียบด้านการแข่งขันเมื่อมาตรฐานกลางมีผลบังคับใช้

4. พิจารณาสิทธิประโยชน์ BOI และ LTR Visa อย่างจริงจัง

การยกเว้นภาษีนานสูงสุด 13 ปี เป็นหน้าต่างโอกาสที่มีระยะเวลาจำกัด ธุรกิจที่วางแผนขยายการลงทุนด้านสุขภาวะควรประเมินความคุ้มค่าก่อนหน้าต่างนี้เปลี่ยนแปลง

สำหรับผู้บริโภค (B2C)

1. เลือกผู้ให้บริการที่มีข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์ชัดเจน

ก่อนตัดสินใจใช้บริการด้านความยืนยาว ควรตรวจสอบว่าศูนย์บริการมีทีมแพทย์ร่วมวิเคราะห์ผล ใช้การตรวจที่อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงคำโฆษณา

2. เริ่มจากการตรวจวัดพื้นฐาน (Baseline) ก่อนเสมอ

การรู้ค่าตัวชี้วัดสุขภาพพื้นฐานของตัวเอง เช่น อายุชีวภาพ ระดับการอักเสบ หรือความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญกว่าการซื้อทรีตเมนต์ตามกระแส

3. มองความยืนยาวเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่ทรีตเมนต์ครั้งเดียว

เช่นเดียวกับที่อุตสาหกรรมกำลังปรับตัว ผู้บริโภคเองก็ควรวางแผนสุขภาพระยะยาวที่ติดตามผลได้ต่อเนื่อง มากกว่าการทำทรีตเมนต์แบบครั้งเดียวจบ

คำถามที่พบบ่อย

ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาวะระดับโลกแล้วหรือยัง?
ยังไม่ใช่ในเชิงยุทธศาสตร์แห่งชาติที่บูรณาการเต็มรูปแบบ แต่ไทยมีเศรษฐกิจสุขภาวะมูลค่า 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับ 24 ของโลก อันดับ 7 ด้านอัตราเติบโต) ระบบสาธารณสุขอันดับ 8 ของโลกตาม Numbeo และกำลังเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit ครบรอบ 20 ปีในเดือนพฤศจิกายน 2569
มูลค่าเศรษฐกิจสุขภาวะของไทยเท่ากับเท่าไหร่ในปัจจุบัน?
ตามข้อมูลของ Global Wellness Institute เศรษฐกิจสุขภาวะของไทยแตะระดับ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 โดยภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะมีมูลค่า 1.405 หมื่นล้านดอลลาร์ และภาคการแพทย์แผนไทยมีมูลค่า 3.23 พันล้านดอลลาร์
ทำไมนวดแผนไทยจึงสำคัญต่อภาพลักษณ์ด้านสุขภาวะของไทย?
นวดแผนไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ตั้งแต่ปี 2562 ทำให้เป็นสินทรัพย์ด้าน soft power เชิงมรดกวัฒนธรรมที่จุดหมายปลายทางด้านสุขภาวะอื่นไม่ค่อยมี และเป็นรากฐานสำคัญของยุทธศาสตร์ส่งออกภูมิปัญญาไทยของภาครัฐ
ธุรกิจในอุตสาหกรรมสุขภาวะควรเตรียมตัวอย่างไรสำหรับโอกาสนี้?
ควรลงทุนในการวินิจฉัยเชิงข้อมูลแทนประสบการณ์เพียงอย่างเดียว เตรียมรองรับกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางและผู้พำนักระยะยาว เชื่อมต่อกับระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ เช่น Thang Rath และ Digital Health Wallet ตั้งแต่เนิ่น ๆ และประเมินสิทธิประโยชน์ BOI และวีซ่า LTR ก่อนหน้าต่างโอกาสนี้เปลี่ยนแปลง
เนื้อหาในที่นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาด้านสุขภาพและอุตสาหกรรมเท่านั้น ไม่ถือเป็นการวินิจฉัยโรค การรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์แต่อย่างใด กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของท่าน ตัวเลขทั้งหมดอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลบุคคลที่สามตามที่ระบุไว้ และเป็นข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2569

แหล่งอ้างอิง

  • Global Wellness Institute — Global Wellness Economy: Country Rankings — globalwellnessinstitute.org/industry-research/2026-the-global-wellness-economy-country-rankings/
  • The Nation Thailand — Thailand’s Health Minister Vows to Turn Ancient Remedies Into a Global Export Empire (24 ก.ค. 2569) — nationthailand.com/health-wellness/40069005
  • The Nation Thailand — Thailand risks falling behind as global longevity race gathers pace (25 ก.ค. 2569) — nationthailand.com/health-wellness/40069053
  • The Nation Thailand — Thailand bets on wellness and longevity as new economic engine — nationthailand.com/health-wellness/40068946
  • TTG Asia — Thailand’s longevity ambition: interview with Polakit Teekakirikul, VitalLife (26 มิ.ย. 2569) — ttgasia.com/2026/06/26/thailands-longevity-ambition/
  • Bangkok Post — Thailand’s longevity paradox — bangkokpost.com/life/social-and-lifestyle/3248282/thailands-longevity-paradox
  • Bangkok Post — Health Expo 2026 to boost hub dreams — bangkokpost.com/thailand/general/3269575/health-expo-2026-to-boost-hub-dreams
  • Nation Thailand — Thailand Ranks 8th Globally for Healthcare, Tops Southeast Asia — nationthailand.com/health-wellness/40067378
  • Numbeo — Health Care Index by Country 2026 — numbeo.com/health-care/rankings_by_country.jsp?title=2026
  • ThaiPR.NET — Bumrungrad Phuket Participates in Phuket Health Expo 2026 — thaipr.net/en/health_en/3741224
  • TAT Newsroom — “Healing is the New Luxury” at WTM 2025 — tatnews.org/2025/11/tat-introduces-healing-is-the-new-luxury-at-amazing-thailand-press-conference-at-wtm-2025/
  • Global Wellness Summit — 2026 Agenda — globalwellnesssummit.com/2026-gws-agenda/
  • UNESCO Bangkok — Traditional Thai massage inscribed as Intangible Cultural Heritage of Humanity — bangkok.unesco.org/index.php/content/traditional-thai-massage-inscribed-intangible-cultural-heritage-humanity
  • Nation Thailand — Thai Spa Association Unveils Strategic Five-Year Plan — nationthailand.com/health-wellness/40068574
  • World Health Organization — Prevention and Control of Noncommunicable Diseases in Thailand: The Case for Investment (with Thailand Ministry of Public Health) — who.int/thailand/activities/NCDs_Investment_Case_Report

📄 ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม ภาษาอังกฤษ (PDF)รวมตารางข้อมูล คำพูดอ้างอิง และแหล่งที่มาฉบับสมบูรณ์ สำหรับใช้อ้างอิงในเชิงธุรกิจ

จัดทำโดยเฮลธ์แพลตซ์ — แพลตฟอร์มเพื่อการตัดสินใจด้านสุขภาวะอัจฉริยะ  |  healthplatz.co